ผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎหมายแรงงาน สามารถใช้สิทธิทำฟันผ่านประกันสังคมได้ โดยครอบคลุมบริการพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพช่องปาก เช่น อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน ซึ่งสามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานพยาบาล หรือคลินิกทันตกรรม ที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคม โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ภายในวงเงินที่กำหนด
โดยในปี 2569 สำนักงานประกันสังคม ได้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกันตน เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น โดยสิทธิทำฟันที่น่าสนใจ ของประกันสังคมมาตรา 33 มีดังต่อไปนี้
การทำหัตกรรมพื้นฐาน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน และถอนฟัน โดยมีวงเงินรวมไม่เกิน 900 บาทต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน และสามารถเข้ารับบริการได้หลายครั้ง ภายในวงเงินที่ได้รับ
นอกจากนี้ หากเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลรัฐ จะยังได้รับสิทธิเพิ่มการเกลารากฟัน และขลิบแต่งกระดูก ก่อนใส่ฟันปลอม โดยไม่จำกัดครั้ง (ขึ้นอยู่กับความจำเป็นทางการแพทย์)
สำหรับการรักษาผ่าฟันคุด จะได้รับวงเงินแยกออกจากสิทธิหัตถกรรมพื้นฐาน เนื่องจาก การผ่าฟันคุดเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยกำหนดวงเงิน 1,500 - 2,500 บาทต่อซี่ ขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์ ซึ่งการปรับเงื่อนไขในครั้งนี้ ช่วยให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้มากขึ้น
ทั้งนี้ หากเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลรัฐ ที่เข้าร่วม จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามจริง (ยกเว้นคลินิกนอกเวลา)
นอกเหนือจากสิทธิในการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุดแล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 ยังได้รับสิทธิในการเบิกฟันปลอมได้ทุก ๆ 5 ปี ในวงเงิน 1,500 - 6,000 บาท (ตามจำนวนซี่ และชนิด) โดยมีรายละเอียดดังนี้
-
ฟันปลอมบางส่วน: ตามจำนวนซี่
-
ฟันปลอมทั้งปาก: วงเงินสูงสุดประมาณ 6,000 บาท
-
ค่าซ่อมฟันปลอม: ไม่เกิน 900 บาทต่อครั้ง
ในกรณีทำรากเทียม จะรองรับในกรณีผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก และไม่สามารถใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ โดยสามารถใช้สิทธิสำหรับรากฟันเทียมได้ โดยมีวงเงินรวมประมาณ
นอกจากนี้ สิทธิทำฟันในประกันสังคม ประจำปี 2569 ยังมีการรองรับการใช้สิทธิผ่านการสำรองจ่าย แล้วเบิกคืนมากขึ้นในคลินิกเอกชน เพื่อให้ผู้ประกันตน เข้าถึงสิทธิทำฟันมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก https://cloud-ta.com/